เกิดอะไรขึ้น
ในวันจันทร์ DHS ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B กว่า 103,000 ดอลลาร์ และกระทรวงการต่างประเทศมีแผนเพิกถอนวีซ่าผู้ขอลี้ภัยสูงสุด 200,000 ราย ซึ่ง AP ระบุว่าใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ รัฐบาลทรัมป์ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายเป็น 103,265 ดอลลาร์ หลังศาลชั้นต้นตัดสินให้ยกเลิกการขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งก่อนในเดือนมิถุนายน เมื่อมีนายจ้างกว่า 70 รายจ่ายค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์แล้ว
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
H-1B เป็นช่องทางหลักของ Amazon, Meta และ Microsoft ซึ่งเป็นนายจ้าง H-1B 3 อันดับแรก การขึ้นค่าธรรมเนียมเป็น 103,265 ดอลลาร์เพิ่มต้นทุนการจ้างแรงงานทักษะสูง ขณะที่การเพิกถอนวีซ่าสูงสุด 200,000 รายจำกัดการเดินทางของผู้ขอลี้ภัยและถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลดระบบการย้ายถิ่นฐานด้านมนุษยธรรม
ผลกระทบที่น่าจับตา
-
สำหรับธุรกิจ: ต้นทุน H-1B เพิ่ม: Amazon, Meta และ Microsoft เป็น 3 นายจ้าง H-1B ใหญ่ที่สุด การขึ้นค่าธรรมเนียมเป็น 103,265 ดอลลาร์เพิ่มต้นทุนการจ้างแรงงานทักษะสูง
-
สำหรับสังคม: ชุมชนท้องถิ่นขาดแคลนแรงงาน: ค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์ครั้งก่อนกระทบโรงพยาบาลชนบทและโรงเรียนรัฐในอะแลสกาที่พึ่งพาแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ
-
สำหรับสตาร์ทอัพ: การตั้งบริษัทและการจ้างงานย้ายที่: Todd Schulte ระบุว่าบริษัทจะตั้งที่อื่นและจ้างงานที่อื่น เมื่อ H-1B และ OPT ถูกจำกัด
มุมมองของทันเทค
บทวิเคราะห์: การขึ้นค่าธรรมเนียม H-1B เป็น 103,265 ดอลลาร์ไม่ใช่แค่ต้นทุนทางกฎหมาย แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนของ Big Tech ที่พึ่งพาแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ เมื่อ Amazon, Meta และ Microsoft เป็น 3 นายจ้างใหญ่ที่สุด บริษัทต้องปรับแผนจ้างงานและกระจายการเติบโต ขณะที่การเพิกถอนวีซ่าสูงสุด 200,000 รายขยายผลสู่ระบบการย้ายถิ่นฐานด้านมนุษยธรรมและเพิ่มแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานบุคลากรเทค
สรุปในประโยคเดียว
DHS ประกาศเก็บค่าธรรมเนียม H-1B กว่า 103,000 ดอลลาร์ และกระทรวงการต่างประเทศเตรียมเพิกถอนวีซ่าผู้ขอลี้ภัยสูงสุด 200,000 ราย กระทบ Big Tech และชุมชนท้องถิ่น