ข้ามไปยังเนื้อหา

ห้องทดลองรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจช่องโหว่ความปลอดภัย LiDAR จีน

ห้องทดลอง Idaho National Laboratory ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของ LiDAR จีน หากถูกใช้บนยานพาหนะในสหรัฐฯ ควบคู่กับแรงกดดันจากส.ว.และส.ส.ที่ต้องการห้ามใช้

เผยแพร่
เวลาอ่าน
1 นาที
แหล่งข่าว
TechCrunch
ห้องทดลองรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจช่องโหว่ความปลอดภัย LiDAR จีน

เกิดอะไรขึ้น

ห้องทดลอง Idaho National Laboratory ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบว่าเซ็นเซอร์ LiDAR จากจีนเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือไม่ หากถูกใช้บนยานพาหนะในสหรัฐฯ การตรวจสอบได้รับทุนจากบริษัทหรือกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์อัตโนมัติ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นบริษัทใด ตัวแทนของ Rivian, General Motors, Ford, Kodiak, Lucid Motors, Nuro และ Uber ระบุว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว Nvidia, Zoox และ Aurora ไม่ตอบคำถาม ส่วน Hesai และ RoboSense ไม่ตอบคำขอแสดงความคิดเห็น

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

LiDAR เป็นเซ็นเซอร์ที่ใช้วัดระยะด้วยเลเซอร์และมีความสำคัญต่อระบบขับขี่อัตโนมัติ การตรวจสอบนี้เกิดขึ้นขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสกำลังผลักดันร่างกฎหมายหลายฉบับเพื่อห้ามใช้ LiDAR จีนบนถนนในสหรัฐฯ โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านจารกรรมทางทหาร อุตสาหกรรม และความกังวลว่าช่องโหว่จะส่งข้อมูลกลับไปยังจีน

ผลกระทบที่น่าจับตา

  • สำหรับธุรกิจ: ผู้ผลิตรถยนต์และระบบขับขี่อัตโนมัติ: ต้องประเมินความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานและความปลอดภัยไซเบอร์ก่อนเลือกใช้ LiDAR จีน เนื่องจากจีนจัดให้ LiDAR เป็นเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์

  • สำหรับสังคม: ความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน: การตรวจสอบและร่างกฎหมายสะท้อนความกังวลว่า LiDAR จีนถูกใช้เพื่อจารกรรมหรือส่งข้อมูลกลับไปยังจีน

มุมมองของทันเทค

บทวิเคราะห์: การที่ห้องทดลองของรัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามาตรวจสอบ LiDAR จีนโดยตรง ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเทคนิค แต่เป็นสัญญาณว่าความปลอดภัยของเซ็นเซอร์ในยานยนต์อัตโนมัติกำลังถูกยกระดับเป็นประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ หากผลตรวจสอบพบช่องโหว่หรือถูกใช้สนับสนุนการแบน จะกระทบการเลือกซัพพลายเออร์ของ OEM และแผนขยายระบบขับขี่อัตโนมัติในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปในประโยคเดียว

ห้องทดลอง Idaho National Laboratory ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของ LiDAR จีน ควบคู่กับแรงกดดันจากส.ว.และส.ส.ที่ต้องการห้ามใช้บนถนนในสหรัฐฯ

แหล่งข่าว

อ่านต้นฉบับ