เกิดอะไรขึ้น
Vijay Pande อดีตศาสตราจารย์เคมี Stanford และผู้สร้าง Folding@home เคยนำทีม a16z ด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์ชีวิตจนดูแลเงินเกือบ 4 พันล้านดอลลาร์ ก่อนลาออกในเดือนมิถุนายนปีที่แล้วเพื่อร่วมก่อตั้ง VZVC กับ Zach Werner บริษัทใหม่เน้นลงทุนไม่กี่ดีลต่อปี ไม่มีทีมผู้ช่วย และใช้ AI ทำงานประจำวัน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
สำคัญเพราะชี้ทิศ VC ในยุค AI ที่เปลี่ยนจากกระจายพอร์ตหลายสิบดีลเป็นเลือกเฉพาะทาง และชี้ปัญหาข้อมูลชีวภาพที่ไม่สามารถดึงจากอินเทอร์เน็ตได้ ทำให้บริษัทสร้างฐานข้อมูลปิดของตัวเอง ขณะที่ AI ช่วยลดต้นทุนและเวลาพัฒนายา แต่การทดลองคลินิกลังยังใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์และโอกาสสำเร็จจากเฟสแรกถึงเฟสสามอยู่ที่ 20%
ผลกระทบที่น่าจับตา
-
สำหรับนักลงทุน: VC เปลี่ยนกลยุทธ์เป็นเลือกน้อยแต่ลึก: VZVC ลงทุนไม่กี่ดีลต่อปี ไม่มีทีมผู้ช่วย และใช้ AI ทำงานประจำวัน สะท้อนโมเดลกองทุนขนาดเล็กที่เน้นความเข้มข้นแทนการขยายจำนวนดีล
-
สำหรับสตาร์ทอัพ: ข้อมูลชีวภาพกลายเป็นกำแพงป้องกัน: ข้อมูลชีวภาพไม่สามารถดึงจากอินเทอร์เน็ตได้ ทำให้บริษัทต้องสร้างฐานข้อมูลปิดของตัวเอง และกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันใน AI biotech
-
สำหรับธุรกิจ: AI ช่วยพัฒนายาแต่ต้นทุนยังสูง: AI/ML ช่วยระบุเป้าหมายและพัฒนายา แต่การทดลองคลินิกลังยังใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ และโอกาสสำเร็จจากเฟสแรกถึงเฟสสามอยู่ที่ 20%
มุมมองของทันเทค
บทวิเคราะห์: การที่ Pande ลดจำนวนดีลและใช้ AI ทำงานประจำวันไม่ใช่แค่เรื่องขนาดกองทุน แต่เป็นสัญญาณว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนของ VC และ biotech ในเวลาเดียวกัน ข้อจำกัดของข้อมูลชีวภาพที่บริษัทต้องสร้างฐานข้อมูลปิดของตัวเอง ทำให้ความก้าวหน้าของ AI ในทางการแพทย์กระจุกตัวอยู่กับบริษัทที่มีข้อมูลและทุนมากกว่า
สรุปในประโยคเดียว
Vijay Pande ลาออกจาก a16z หลังดูแลเงินเกือบ 4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อร่วมก่อตั้ง VZVC ที่ลงทุนไม่กี่ดีลต่อปีและใช้ AI ทำงานประจำวัน